เส้นทางลุ้นแชมป์ ของพรีเมียร์ลีก 2020

เส้นทางลุ้นแชมป์

เส้นทางลุ้นแชมป์

เส้นทางลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2019-2020 ใกล้จะถึงบทสรุปเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ วันนี้แอดมินจะพาทุกท่านไปพบกับเส้นทางที่เหลือ ของเหล่ายอดทีม Big6 กันว่าแต่ล่ะทีม จะมีเส้นทางที่ขรุขระกันขนาดไหนมาดูกัน

ขอบคุณข้อมูล

 

Alt Text

อาเซน่อล

อาเซน่อล ชนะ6 เสมอ 12 แพ้ 6 แต้ม30คะแนน

เริ่มกันที่ทีมที่เคยสร้างตำนานไร้พ่ายอย่างปืนใหญ่ อาเซน่อล กันก่อเลยล่ะกันนะครับ เพราะน่าจะเป็นทีมนึงที่อาการค่อนข้างที่จะหนักใช้ได้ หนักทั้งผลงานการซื้อ-ขายนักเตะรวมทั้งบอร์ดบริหาร
ปัจจุบัน อาเซน่อล อยู่ที่อันดับ 10 หลังผ่านไป24นัดเก็บได้เพียง30คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตราฐานค่อนข้างมากแถมคิวการแข่งขันนั้นยังค่อนข้างที่จะหนักหนาไม่น้อยเพราะมีคิวลงโม้แข้งทั้ง เอฟเอคัพ ยูโรป้าลีก อีก แถมด้วยคู่แข่งขันระดับหินที่ยังต้องเจอในลีกไล่มาตั้งแต่ ไปเยือนแมนซิตี้ เปิดบ้านรับเลสเตอร์ที่ฤดูกาลนี้สถาปนาตัวเองเป็นหมาป่าผู้หิวกระหาย นอกจากนั้นนัดถัดไปยังมีคิวไปเยือนคลับไก่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สต่อด้วยการเปิดบ้านรับว่าที่แชมป์ไร้พ่ายอย่าง หงส์แดงลิเวอร์พูล บอกได้คำเดียวเลยนะครับว่าค่อนข้างที่จะหนักหนาไม่ใช่เล่นเพราะยังต้องเจอทีม Big6 อีกถึง 3 ทีม

สเปอร์ส

สเปอร์ส

สเปอร์ส ชนะ9 เสมอ7 แพ้8 แต้ม34คะแนน

ต่อกันที่ คลับไก่ สเปอร์สฤดูกาลนี้ค่อนข้างแย่ยิ่งหลังการจากไปของ โปรเซ็ตติโน่ ก็ทำให้ทีมระส่ำพอสมควร แต่ก็ได้น้าหมู เข้ามากอบกู้สถานการณ์แต่เอาเข้าจริงแล้วการมาของน้ามู ก็ไม่ได้สร้างอิมแพ็คให้กับนักเตะมากสักเท่าไหร่ ส่วนนึงอาจจะมาจากกำลังใจ เพราะ3-4ปีที่ผ่านมา เสปอร์สมีโอกาสมากมายที่จะได้จับโทรฟี่สำคัญๆ ทั้งพรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝัน จึงน่าจะมีผลต่อกำลังใจของนักเตะในทีมพอสมควร ยิ่งตอนนี้กองกลางตัวเก่งอย่างคริสเตียน อีริคเซ่น ไม่ยอมต่อสัญญาทำให้ทีมอาจเสัยไปแบบฟรีๆ ยิ่งมีปัญหามากเข้าไปใหญ่
ดูจากนัดที่เหลือของ สเปอร์ส หนักไม่แพ้อาเซน่อล อาจจะหนักกว่าด้วย เพราะมีคิวเตะทั้งยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกที่ต้องเจอกับไลป์ซิกที่ฟอร์มกำลังดี และ เอฟเอคัพที่ต้องเปิดบ้านรับนักบุญ แถมในลีกก็ยังต้องเจอทั้ง แมนซิตี้ แมนยู เชลซี อาเซน่อลแถมด้วยเลสเตอร์อีกต่างหาก งานนี้บอกเลยครับว่าไก่เดือยทองน่าจะอาการหนักแทบกระอักเลือด

แมนยู

แมนยู

แมนยู ชนะ9 เสมอ7 แพ้8 แต้ม34คะแนน

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฟอร์มช่วงออกสตาร์ทต้องบอกว่าไม่น่ารอดแต่เอาจริงๆตอนนี้แมนยู ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับที่5ของตารางเลยนะครับ แม้ว่าจะมีห่างจากอันดับ 4 อย่างเชลซีอยู่ถึง 7 แต้มก็ไม่ถือว่าแย่ โดยนัดที่แมนยูเจอกับลิเวอร์พูลก็ฟอร์มดี ก่อนจะมาผีเข้าในเกมเจอเบิร์นลี่ย์ที่โดน “คาบ้าน” 0-2
แมนยูยังมีคิวเตะทั้ง เอฟเอคัพ ยูโรป้าลีก และลีกคัพรอบรองที่ต้องเจอแมนซิตี้ โดยนัดแรกโดนถลุงไปถึง 3-1 น่าจะรอดยากก ดูนัดที่เหลือแล้วการจบที่ 4 ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายของเหล่า เร้ด เดวิล เพราะต้องเจอทั้งแมนซิตี้ทั้ง ลีกคัพ และพรีเมียร์ พ่วงด้วย เชลซี สเปอร์ส และ เลสเตอร์ ด้วยฟอร์ม ณ ปัจจุบันแทบจะมองไม่เห็นทางที่แมนยูจะรอดไปจบอันดับที่ 4 ในฤดูกาลนี้ได้เลยจริงๆ

เชลซี

เชลซี

เชลซี ชนะ12 เสมอ4 แพ้8 แต้ม40คะแนน

“เดอะ หอย” เชลซี กราบเรียนตามตรงนะครับ ตอนที่ เดอะแบก อย่างอาซาร์ ย้ายไป เรอัล มาดริด แอดมินค่อนข้างที่จะเป็นห่วงทีมเชลซีไม่น้อยว่าจะไปต่อไหวรึเปล่าแต่เอาเข้าจริง การเสียอาซาร์ ไปกลับทำให้ทีมเล่นได้เป็นทีมมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ทีมคอยพึ่งพาแต่อาซาร์ กลายเป็นนักเตะเล่นได้เป็นระบบมากขึ้นโดยเฉพาะกองหน้าอย่าง แทมมี่ อับบราฮัม ที่ฤดูกาลนี้โดดเด่นผิดหูผิดตา มาพร้อมดาวรุ่งอย่าง เมลสัน เม้าส์ ที่มองเห็นอนาคตได้ชัดเจน ทำให้เชลซียังยืนสง่าที่อันดับ4
ดูจากการแข่งขันที่เหลือ บอกได้คำเดียวครับว่า “ชิบหายเลี้ยววว” เพราะต้องเจอทั้ง บาเยิร์นในยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ในลีกยังมีทั้ง แมนยู เลสเตอร์ สเปอร์ส แมนซิตี้ และ จ่าฝูงลิเวอร์พูล แต่ถ้าเอาจริงๆแล้วเชื่อว่ายังไง เชลซีก็ไม่น่าจะพลาดอันดับที่4อย่างแน่นอน

เส้นทางลุ้นแชมป์

แมนซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ16 เสมอ3 แพ้5 แต้ม51คะแนน

แชมป์เก่า “แมนซิตี้” ฤดูกาลนี้มาผิดฟอร์มเอาเรื่อง เพราะเพียงแค่ต้นฤดูกาลก็แพ้ไปถึง 3 นัด ซึ่งเป็นการแพ้แบบที่ทีมลุ้นแชมป์ไม่ควรที่จะแพ้ เพราะเป็นการแพ้ให้กับทีมที่ศักดินาด้อยกว่า อาจเพราะทีมชุดนี้ถึงจุดอิ่มตัวจากความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเท่าที่แอดมินสัมผัสได้ ปีนี้ เป็ป กวาดิโอร่า เน้นถ้วยหูใหญ่มากกว่าเพราะเป็นถ้วยที่สโมสรยังไม่เคยได้สัมผัส
มอง เส้นทางลุ้นแชมป์ ของทีมแล้ว น่าจะปล่อยพรีเมีย์ลีกแล้วแน่ๆ เพราะตามหลังจ่าฝูงค่อนข้างที่จะมากนอกจากนั้นยังแข่งมากกว่า 1 นัดอีกต่างหาก ทำให้น่าจะไปโฟกัสกับบอลถ้วยมากกว่า เพราะมีทั้ง เอฟเอคัพ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก และลีกคัพ แต่ยูฟ่าน่าจะหนักเพราะต้องเจอกับแชมป์3สมัยซ้อนอย่าง เรอัล มาดริด ส่วนการเจอกับทีม Big6 นั้นต้องบอกว่า ครบ เพราะต้องเจอกับทั้ง6ทีมเลย

เส้นทางลุ้นแชมป์

เส้นทางลุ้นแชมป์

ลิเวอร์พูล ชนะ22 เสมอ1 แพ้0 แต้ม67คะแนน

ว่าที่แชมป์ไร้พ่าย “ลิเวอร์พูล” ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีทองของพวกเขาเลย เพราะกวาดแชมป์ได้รัวๆทั้งยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในปีก่อน ต่อด้วยยูฟ่าซุเปอร์คัพ และสโมสรโลก นอกจากนั้นฟอร์มในลีกก็ไฉไลเป็นบ้า เพราะตลอด23นัดที่ผ่านมาลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะได้ถึง 22 เกมเสมอเพียงแค่ 1 นัดคิดเป็น99%ของการแข่งขัน แถมยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ยังผ่านเข้ารอบ16 ไปเจอกับ แอตเลติโก้ มาดริด นอกนั้นยังส่งชุดเด็กลงไปเหยียบหน้าเอฟเวอร์ตันชุดใหญ่แบบเจ็บปวด 1-0 เข้ารอบแบบงงทั้งโลก
กวาดตาดูการแข่งขันที่เหลือ ด้วยจำนวนการเตะที่น้อยกว่าทีมอื่น1นัด และมีแต้มนำอันดับ2อยู่ถึง16คะแนน ไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผน่าจะเป็นการสิ้นสุดการรอคอยกว่า 30 ปีของเหล่าเดอะ ค็อป ทุกหมู่เหล่า แม้ว่าจะมีโปรแกรมที่ต้องเจอทั้ง แมนซิตี้ อาเซน่อล และเชลซี ก็ไม่น่าจะทำให้ลิเวอร์พูลพลาดท่า ที่เหลือก็รอลุ้นอีกสองถ้วยที่เหลือว่าจะไปได้ถึงฝั่งฝันหรือไม่

และนี้คือสิ่งดีดีที่แอดมินนำมาฝากกันในวันนี้อย่าลืมนะครับ คิดถึงคาสิโนออนไลน์คิดถึงเรา ดวงเฮง เว็บคาสิโนสำหรับคนดวงเฮง

สมัครสมาชิก